https://www.blogger.com/blogger.g?blogID=4174672654447248395#editor/target=post;postID=739644187678

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8


วันพุธที่ 18 กันยายน 2562

ความรู้ที่ได้รับ
คาบเรียนนี้อาจารย์ให้แต่ล่ะกลุ่มได้มีการจัดการทดลองเพื่อให้เด็กได้พัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ 
13 ทักษะ เป็นกลุ่มๆ โดยแต่ละกลุ่มมีดังนี้ 

กลุ่มที่ 1 ลูกโป่งพองโต
อุปกรณ์ = ขวดแก้ว,ลูกโป่ง,เบรกกิงโซดา,กรดมะนาว,น้ำเปล่า,ถ้วยตวง,ช้อนชา

กลุ่มที่ 2 ภูเขาไฟลาวา
อุปกรณ์ = ดินน้ำมัน,ถาดรอง, น้ำส้มสายชู ,เบรก

กลุ่มที่ 3 มาสนุกกับฟองสบู่กันเถอะ
อุปกรณ์ = น้ำยาล้างจาน,ผงซักฟอก,น้ำเปล่า,แก้วพลาสติก,หลอด,ช้อน

กลุ่มที่ 4 การแยกเกลือและพริกไทย
อุปกรณ์ = พริกไทย ,เกลือเม็ด ,จานรอง,ช้อนพลาสติก,ช้อนโลหะ,ผ้าขนหนู

กลุ่มที่ 5 ลูกข่างหลากสี การทดลองเชิงสื่อวิทยาศาสตร์
อุปกรณ์ = แผ่นซีดี,ลูกแก้ว,ดินน้ำมัน,กระดาษA4, กาวร้อน, กรรไกร,สีไม้

กลุ่มที่ 6 การดูดกลืนแสง
อุปกรณ์ = กระดาษA4 ,ดินสอ ,แผ่นสีน้ำเงิน,สีแดง ,สีไม้

บรรยากาศในการเรียนวันนี้






คำศัพท์
1.Acid           กรด
2.Pepper        พริกไทย
3.Balloon ลูกโป่ง
4.Test ทดลอง
5.Forecast คาดคะเน

ประเมินอาจารย์ : คอยอธิบายเมื่อนักศึกษาไม่เข้าใจและนำเสนอผิด
ประเมินเพื่อน : เพื่อนให้ความสนใจกับงานของเพื่อนกลุ่มอื่นและตั้งใจฟังกับผลงานเพื่อน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจฟังเพื่อนและตั้งใจนำเสนองานของตนเองและนำมาปรับใช้ในอนาคต


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7


วันพุธที่ 11 กันยายน 2562

วันนี้มี2กิจกรรม
อาจารย์ได้แจกกระดาษแผ่นใหญ่ให้นักศึกษาแต่ล่ะกลุ่ม "วาดภาพแหล่งน้ำ" 
กิจกรรมต่อมาคือ"ออกแบบที่ตั้งแทงค์น้ำ จากหนังสือพิมพ์"  

 นี้คือรูปภาพของกลุ่มของดิฉัน คือเขื่อรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 




ภาพบรรยากาศภายในห้องของกลุ่มอื่นๆ




 กิจกรรมที่2 
"ออกแบบที่ตั้งแทงค์น้ำ จากหนังสือพิมพ์" ภายในกลุ่มวางแผนโครงสร้างฐานของแทงค์น้ำเพื่อทำให้ฐานมั่นคง  โดยที่ฐานมีความสูงเท่ากับหรือไม่เกิน 24 เซนติเมตร และนับ 10 วิถ้าไม่ล้มถือว่าผ่าน



คำศัพท์
1.Dam เขื่อน
2. River แม่น้ำ
3.Hypothesis สมมติฐาน
4. Newspaper หนังสือพิมพ์
5.Observe สังเกต

ประเมินตนเอง : ตั้งใจช่วยเพื่อนทำงานดี พยายามคิด
ประเมินเพื่อน : เพื่อนมีการแสดงความคิดและโต้ตอบอาจารย์ดี
ประเมินอาจารย์ : อธิบายเข้าใจง่าย ให้นักศึกษาได้แสดงความคิดในการเรียนการสอน
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6


วันพุธที่ 4 กันยายน 2562

ความรู้ที่ได้รับ อาจารย์อธิบายสิ่งที่ต้องมีในบล็อก สอนในเนื้อหาเรื่อง " สาระที่เด็กควรรู้ "
และ "ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์" สำหรับการพัฒนาทางด้านสติปัญญา การแก้ปัญหาและการค้นคว้าหาความรู้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่อาจารย์ให้นักศึกษาใส่ในบล๊อคมีดังนี้

- วิจัย ในวิจัยมี  เช่น บทที่1 ที่มาความสำคัญ
- หน่วยงานที่สนับสนุน เช่น สสวท
- สื่อ เช่น สื่อวิดีโอ,สื่อเกม
- บทความ เป็นเนื้อหาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย



ทักษะขั้นมูลฐาน ทักษะ 

        1.ทักษะการสังเกต ( Observing )
- ทักษะการวัด ( Measuring )
- ทักษะการจำแนกหรือทักษะการจัดประเภทสิ่งของ ( Classifying )
- ทักษะการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา
Using Space/Relationship )
- ทักษะการคำนวณและการใช้จำนวน ( Using Numbers )
- ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล ( Comunication )
- ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล ( Inferring )
- ทักษะการพยากรณ์ ( Predicting )
               2. ทักษะขั้นสูงหรือทักษะขั้นผสม 5 ทักษะ ได้แก่
- ทักษะการตั้งสมมุติฐาน ( Formulating Hypthesis )
- ทักษะการควบคุมตัวแปร ( Controlling Variables )
- ทักษะการตีความและลงข้อสรุป ( Interpreting data )
- ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ ( Defining Operationally )
- ทักษะการทดลอง ( Experimenting )
                 1.ทักษะการสังเกต หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุหรือเหตุการณ์ โดยมีจุดประสงค์ที่จะหาข้อมูลซึ่งเป็นรายละเอียดของสิ่งนั้น ๆ โดยไม่ใส่ความคิดเห็นของผู้สังเกตลงไป การสังเกตเป็นกระบวนการหลักที่จะนำไปสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์
ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตมี 3 ประเภท คือ
                  1)  ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและคุณสมบัติประจำตัวของสิ่งของที่สังเกตรูปร่าง กลิ่น รส เสียง และความรู้สึกจากการสัมผัส
                  2)  ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นข้อมูลที่บอกรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณ
                  3)  ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง เป็นข้อมูลที่ได้จากการสังเกตปฏิสัมพันธ์ของสิ่งนั้นกับสิ่งอื่น นอกจากนี้การได้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบางอย่างสามารถกระทำได้ด้วยการทดลอง โดยเก็บข้อมูลระยะก่อนและหลังการทดลอง หรือขณะทำการทดลอง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เสนอข้อควรระวังในการสังเกตไว้ดังนี้
                  1) ควรจดบันทึกไว้ทุกครั้ง
                  2) ควรแยกเป็นข้อสั้น ๆ เพื่อตรวจสอบง่าย
                  3) อย่าใส่ความรู้เดิม หรือการคาดคะเนลงไปด้วย ต้องเป็นการสังเกตที่ตรงไปตรงมา
2.ทักษะการวัด หมายถึง การเลือกและการใช้เครื่องมือทำการวัดปริมาณสิ่งของต่าง ๆ ออกเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง โดยมีหน่วยกำกับเสมอ และจะต้องมีจุดมุ่งหมายในการวัดว่า จะวัดอะไร วัดทำไม จะใช้อะไรวัด และวัดอย่างไร
3.ทักษะการใช้ตัวเลข (การคำนวณ) หมายถึง การนำเอาตัวเลขที่ได้จากการวัด     การสังเกต
การทดลอง และจากแหล่งอื่น ๆ มาจัดกระทำให้เกิดค่าใหม่ เช่น การบวก การลบ การคูณ การหาร การหาค่าเฉลี่ย การยกกำลัง เป็นต้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความหมายซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ในการตีความหมายและลงข้อสรุปต่อไป ตัวเลขที่นำมาคำนวณโดยทั่วไปเป็นตัวเลขที่ได้จากการใช้เครื่องมือต่าง ๆ วัดหาค่าปริมาณของสิ่งหนึ่ง เช่น ความยาว น้ำหนัก ปริมาตร อุณหภูมิ หรือเวลา
4.ทักษะการจำแนกประเภท หมายถึง การจำแนกหรือจัดจำพวกวัตถุหรือเหตุการณ์ออกเป็นประเภทต่าง ๆ โดยมีเกณฑ์ในการจำแนกหรือจัดจำพวก เกณฑ์ที่ใช้อาจพิจารณาจากลักษณะที่เหมือนกัน แตกต่างกัน หรือสัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ การกำหนดเกณฑ์อาจทำได้ โดยการกำหนดขึ้นเองหรือมีผู้อื่นกำหนดให้ การจำแนกประเภทอาจทำได้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่กำหนด เช่น
การแบ่งประเภทสิ่งของ เกณฑ์ที่ใช้มักเป็น สี ขนาด รูปร่าง ลักษณะผิว วัสดุที่ใช้ทำ ราคาหรือการนำไปใช้ ส่วนพวกสิ่งที่มีชีวิตมักจะใช้เกณฑ์ลักษณะของเซลล์โครงสร้างและรูปร่าง อาหาร ลักษณะที่อยู่อาศัย การสืบพันธุ์ ประโยชน์ เป็นต้น
5.ทักษะการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา สเปส หมายถึง ที่ว่างหรืออวกาศ สเปสของวัตถุ หมายถึง ทางที่วัตถุนั้นครองที่หรือกินอยู่ และมีรูปร่างลักษณะเช่นเดียวกับวัตถุนั้น โดยทั่วไปแล้วสเปสของวัตถุจะมี 3 มิติ คือ ความกว้าง ความยาว และ
ความสูง (หรือความหนา)  ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสของวัตถุ ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างมิติ 3 มิติ กับ 2 มิติ ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุหนึ่งกับอีกวัตถุหนึ่งความสัมพันธ์ระหว่างสเปสของวัตถุกับเวลา ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุกับเวลาหรือความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนขนาดหรือปริมาณของวัตถุกับเวลาอาจกล่าวโดยภาพรวมได้ว่า การใช้ความสัมพันธ์เกี่ยวกับสเปส หมายถึง ความสามารถในการระบุความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่อไปนี้ คือ
    1.  ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มิติ กับ 3 มิต
    2.  สิ่งที่อยู่หน้ากระจกเงากับภาพที่ปรากฏในกระจกเงาว่าจะเป็นซ้ายขวาของกันและกันอย่างไร 
    3.  ตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุหนึ่งกับอีกวัตถุหนึ่ง
    4.  การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุกับเวลาหรือสเปสของวัตถุที่เปลี่ยนไปกับเวลา
6.ทักษะการสื่อความหมายของข้อมูล การสื่อความหมาย หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การวัด การทดลอง และจากแหล่งอื่น ๆ มาจัดกระทำเสียใหม่ โดยอาศัยวิธีการต่าง ๆ เช่น การจัดลำดับ การจัดหมู่ หรือการคำนวณหาค่าใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้และหรือให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายของข้อมูลนั้น ๆ ดีขึ้น การสื่อความหมายข้อมูล สามารถนำข้อมูลที่ได้จัดกระทำแล้วมาเสนอและแสดงให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายของข้อมูลชุดนั้นได้ดีขึ้น โดยการนำเสนอได้หลายรูปแบบ คือ
1)โดยการพูดปากเปล่าหรือเล่าให้ฟัง
2)โดยการเขียนเป็นรายงาน
3)โดยเขียนเป็นตาราง แผนภูมิ แผ่นภาพ แผนผัง วงจร กราฟ แผนสถิติ สมการ หรือการใช้สัญลักษณ์
4)โดยวิธีผสมผสานหลายวิธีตามความเหมาะสม
7.ทักษะการลงความคิดเห็น หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตวัตถุหรือปรากฏการณ์ไปสัมพันธ์กับความรู้หรือประสบการณ์เดิมเพื่อลงข้อสรุปหรืออธิบายปรากฏการณ์หรือวัตถุนั้น
8.ทักษะการพยากรณ์ หมายถึง การทำนายหรือการคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการสังเกตหรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ความรู้ที่เป็นความจริง หลักการ กฎหรือทฤษฎีที่มีอยู่แล้วในเรื่องนั้น ๆ มาช่วยทำนายหรือคาดคะเน การพยากรณ์อาจทำได้ 2 แบบ คือ การพยากรณ์ในขอบเขตของข้อมูล และการพยากรณ์ภายนอกขอบเขตของข้อมูล
9.ทักษะการตั้งสมมติฐาน หมายถึง การคิดหาคำตอบล่วงหน้าก่อนที่จะทำการทดลอง โดยอาศัยการสังเกต ความรู้ ประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐาน คำตอบที่คิดล่วงหน้านี้ยังไม่ทราบหรือเป็นหลักการ กฎ หรือทฤษฎีมาก่อน สมมติฐานหรือคำตอบที่คิดไว้ล่วงหน้ามักเป็นข้อความที่บอกความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นกับตัวแปรตาม ซึ่งอาจผิดหรือถูกก็ได้
10.ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ หมายถึง การกำหนดความหมายและขอบเขตของคำต่างๆ ในสมมติฐานที่ต้องการทดลองให้เข้าใจตรงกัน และสามารถสังเกตหรือวัดได้ ความสามารถที่แสดงว่าเกิดทักษะแล้ว คือ สามารถกำหนดความหมายและขอบเขตของคำหรือ ตัวแปรต่าง ๆ ให้สังเกตและวัดได้
11.ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร หมายถึง การชี้บ่งตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และ ตัวแปรที่ต้องควบคุมในสมมติฐานหนึ่ง ๆ
   ตัวแปรต้น คือ สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลต่าง ๆ หรือสิ่งที่เราต้องการทดลองดูว่าเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดผลเช่นนั้นจริงหรือไม่
   ตัวแปรตาม คือ สิ่งที่เป็นผลเนื่องมาจากตัวแปรต้น เมื่อตัวแปรต้นหรือสิ่งที่เป็นสาเหตุเปลี่ยนไป ตัวแปรตามหรือสิ่งที่เป็นผลจะเปลี่ยนตามไปด้วย
   ตัวแปรที่ต้องควบคุม คือ สิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้นที่มีผลต่อการทดลองด้วย ซึ่งจะต้องควบคุมให้เหมือน ๆ กัน มิเช่นนั้นอาจทำให้ผลการทดลองคลาดเคลื่อนความสามารถที่แสดงว่าเกิดทักษะแล้ว คือ ชี้บ่งและกำหนดตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรที่ต้องควบคุมได้
12.ทักษะการทดลองหมายถึง กระบวนการปฏิบัติการเพื่อหาคำตอบของสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือความสามารถในการดำเนินการตรวจสมมติฐานโดยการทดลอง โดยเริ่มตั้งแต่
การออกแบบ การทดลอง การปฏิบัติการทดลองตามขั้นตอนที่ออกแบบไว้ ตลอดจนการใช้วัสดุอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้องและการบันทึกผลการทดลอง
13.ทักษะการแปรความหมายข้อมูล การแปรความหมายข้อมูลหมายถึงการตีความหมายหรือการบรรยายลักษณะเพื่อสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมด

ประเมินอาจารย์อาจารย์จะอธิบายให้นักศึกษาเข้าใจเมื่อมีส่วนไหนที่นักศึกษาไม่เข้าใจอาจารย์จะอธิบายจนกว่าจะเข้าใจ
ประเมินเพื่อน  เพื่อนๆตั้งใจเรียนดี 
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน และจดตามที่อาจารย์สอน 


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5


วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562

ศึกษาวิชาการ
คณะศึกษาศาสตร์ ณ.อาคารใต้ตึก34
กิจกรรมสาขาการศึกษาปฐมวัย:)

1.กิจกรรมศึกษาให้ความรู้ มีดังนี้
- ความรู้ในหลวง รัชกาลที่10 กับการศึกษาไทย
- ความเป็นมาของการศึกษาปฐมวัยของไทยและของ มรภ.จันทรเกษม

การศึกษา คือ ความมั่นคงของประเทศ การศึกษาต้องสร้างให้คนไทยมีทัศนคติที่ดีและถูกต้อง 
มีความเป็นพลเมืองดี มีระเบียบวินัย

กิจกรรมสาขาวิชาพลศึกษา:)





1.กิจกรรมการให้ความรู้ประวัติพลศึกษาในประเทศไทย
2.กิจกรรมให้ความรู้และศึกษาอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย 
3.กิจกรรมเกมการเคลื่อนไหวร่างกาย ได้แก่
- เกมชิงธง
- เกมโยนห่วงหรรษา

กิจกรรมสาขาเทคโนโลยีการศึกษาและคอมพิวเตอร์ :)

- เป็นการให้ความรู้ผ่านเกมส์ที่เล่น เป็นกิจกรรมการตอบคำถามผ่าน quizizz 

กิจกรรมสาขาจิตวิทยา :)



คำศัพท์
1.Sense              ประสาทสัมผัส
2.Academic       วิชาการ
3.Gymnastics    พลศึกษา  
4.History            ประวัติ
5.Psychology     จิตวิทยา

วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562


สรุปวิจัย กิจกรรมเสริมประสบการณ์เรื่องแสงที่มีต่อทักษะการแสวงหาความรู้ต่อเด็กปฐมวัย

การเรียนรู้เรื่องแสงประกอบด้วยเรื่องราวที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดและการเดินทางของแสง พลังงานแสงอาทิตย์พลังงานที่มนุษย์สร้างขึ้น ตัวกลางของแสง การหักเหของแสง การสะท้อนแสง สี และแสงกับการเจริญเติบโตของพีช จะเห็นได้จากหน่วยการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องแสง เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินชิตและการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลไม่ว่าจะเป็นคนสัตว์ หรือ พืช จำเป็นต้องอาศัยพลังงานแสมาใช้ในชีวิตประจำวันทั้งทางตรงและทางอ้อม


http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ear_Chi_Ed/Patchara_Y.pdf

สรุปตัวอย่างการสอน การจัดกิจกรรม STEM สำหรับเด็กปฐมวัย  


https://www.youtube.com/watch?v=As693njyr-E

สรุปบทความ สอนลูกเรื่องร่ม (Teaching children about Umbrella)

สภาพดินฟ้าอากาศมีความสัมพันธ์กับชีวิตของสรรพสิ่งที่อยู่ในโลก และจะมีสภาพอากาศที่เป็นไปตามฤดูกาล (Climate) เช่น ฤดูร้อนจะมีความร้อนจากแสงอาทิตย์มากขึ้น ฤดูฝนจะมีฝนตกตกปริมาณมาก และตกติดต่อกันในช่วงเวลาหนึ่ง หรือฤดูหนาว สภาพอากาศจะมีอุณหภูมิต่ำ มีความชื้น ความกดดันของอากาศ และลม เกิดเป็นความหนาวเย็น สภาพอากาศจึงมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของคน เพราะกระทบต่อกิจกรรมทั้งหลายของคนเรา รวมทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ดังนั้นคนเราจึงมีความคิดแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ การใช้ร่มจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ เพราะสามารถใช้สำหรับกันแดดกันฝน ส่วนวัสดุที่นำมาทำตัวร่มมีหลายชนิด เช่น ผ้า พลาสติก ใยสังเคราะห์ หรือกระดาษ ซึ่งมีพื้นผิวที่แตกต่างกัน อาจจะหยาบ เรียบ นุ่ม (ทำจากผ้าชนิดต่างๆ) หรือวัสดุที่มาทำด้ามร่มก็มีหลายอย่างที่น่าสนใจ เช่น มีปุ่มเปิดปิดร่ม เชือก กระดุม และซี่ร่ม เป็นต้น วัสดุเหล่านี้เป็นเทคโนโลยีการประดิษฐ์ที่เด็กๆ อยากรู้จัก เมื่อเราไปในสถานที่บางแห่ง เราจะได้เห็นร่มเป็นของใช้ชนิดหนึ่งที่นำไปตกแต่งให้เกิดความสวยงาม เช่นในสวน ในโรงแรม มุมร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้า
1.เด็กได้รู้จักร่ม ที่เป็นของใช้ชนิดหนึ่งคนไทยทั่วไปได้ใช้เสมอ เพราะภูมิอากาศของประเทศไทย มีทั้งฤดูร้อนที่มีแสงแดดร้อนแรง และมีฤดูฝนที่ฝนตกชุ่มฉ่ำ ทั้งสองฤดูกาลนี้มีทุกภูมิภาคของประเทศ
2.เด็กจะได้รับการฝึกเรื่องสุขอนามัยส่วนตน ด้วยการใช้ร่มกันแดด และกันฝนเป็นการป้องกันโรคภัยที่เกิดจากแสงแดดและฝน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดที่เด็กวัยนี้มักจะเจ็บป่วยง่าย เพราะภูมิคุ้มกันของเด็กยังมีน้อย
3.เด็กได้ซึมซับคุณค่าของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ที่ทำให้ชีวิตของคนเรามีความสุข เช่น ความเป็นวิทยาศาสตร์จะส่งเสริมให้ได้สังเกต และสำรวจเรื่องแรงที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่มเปลี่ยนแปลง คือ กางออกและหุบลง หรือความเป็นเทคโนยีและวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้สร้างสรรค์ให้ ร่มมีคันร่มให้เราถือ และมีผ้าร่มบนโครงร่างใช้บังแดดบังฝน เป็นความสะดวกสบาย และคณิตศาสตร์เกี่ยวกับขนาด ใหญ่ เล็ก ยาว สั้น ทรงกลม
4.เด็กได้รับความรู้เรื่องสมบัติของวัสดุต่างๆ ที่ประกอบเป็นร่มผ่านการฝึกใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า เช่น ความรู้เรื่อง รูปร่างลักษณะของร่ม คือ รูปร่าง ลักษณะ สี ขนาด วัสดุที่นำมาใช้ประกอบร่ม เช่น ด้ามที่ทำจากโลหะ หรือจากไม้ หรือวัสดุที่นำมาทำโครงร่ม เช่น ผ้า กระดาษ เป็นต้น
5.เด็กได้รับการส่งเสริมภาษาการใช้คำศัพท์และความหมาย เช่น คำว่า ร่ม ร่มพับ ร่มกันแดด ร่มชายหาด ร่มสนามกอล์ฟ ร่มแม่ค้า หรือร่มสองคัน